วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2563

 


บันทึกอนุทินครั้งที่ 8

วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2563

เวลา 08:30 - 12:30 น


เนื้อหา

        สัปดาห์นี้อาจารย์ให้ดูคลิปวีดีโอเรื่องน้ำ และให้สรุป ได้ดังนี้


ส่วนประกอบของน้ำ

                  ในร่างกายมี 70% ช่วยปรับสมดุลในร่างกาย

                                               ช่วยปรับอุณหภูมิ

                   ในผลไม้มี 90%

คุณสมบัติของน้ำ

          น้ำมี 3 สถานะ

                         1.ของแข็ง

                         2.ของเหลว

                         3.ก๊าส

                      สามารถเปลี่ยนสถานะได้

 

ความกดดันของน้ำ

                    น้ำที่อยู่บนสุด มีแรงกดดันน้ำน้อยที่สุด น้ำพุ่งได้ในระยะสั้นที่สุด

                    น้ำที่มีความลึกเท่ากัน จะมีแรงกดดันน้ำเท่ากัน

                    แรงกดดันน้ำไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาด แต่ขึ้นอยู่กับความลึกยิ่งลึกมากแรงกดดันน้ำจะยิ่งมาก

การเกิดฝน

                    แหล่งน้ำโดนความร้อน ทำให้น้ำระเหยเป็นไอน้ำ รวมตัวกันเป็นก้อนเมฆลอย ไปกระทบกับความเย็นเกิดความควบแน่น ตกลงมาเป็นฝน 

เเรงตึงผิว

          เมื่อผิวหน้าของน้ำสัมผัสกับอากาศ ทำให้เกิดความยืดหยุ่น เมื่อเราวางวัตถุที่มีน้ำเบาลงบนผิวน้ำช้าๆ จะสามารถทำให้วัตถุลอยได้


คำศัพย์ภาษาอังกฤษ

  1. water น้ำ

  2.liquid ของเหลว

  3.status สถานะ

  4.air pressure แรงกดอากาศ

  5.rain ฝน


การประเมิน

         ประเมินอาจารย์ อาจารย์อธิบายกระชับเข้าใจง่าย มีการยกตัวอย่างประกอบ

         ประเมินเพื่อน ตั้งใจฟังดี สนใจเนื้อหาที่เรียน

         ประเมินตนเอง ตั้งใจเรียน ถามเมื่อมีข้อสงสัย



วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2563

บันทึกอนุทินครั้งที่ 7

วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2563

เวลา 08:30 - 12:30 น



เนื้อหาที่เรียน

           วันนี้อาจารย์ให้แบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 2-3 คนทำของเล่นที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ โดยทำจากเศษวัสดุเหลือใช้ภายในห้อง









         กลุ่มของดิฉันทำเป็นส่วนประกอบของต้นไม้ วิธีการเล่นคือ ให้เด็กๆนำส่วนประกอบต่างๆของต้นไม้ไปติดกับต้นไม้อีกต้นที่ไม่สมบูรณ์



คำศัพย์ภาษาอังกฤษ

1.artificial ประดิษฐ์

2.toy  ของเล่น  

3.leftovers  ของเหลือใช้

4.the media  สื่อ

5.experiment ทดลอง

การประเมิน

ประเมินอาจารย์  อาจารย์ให้นนักศึกษาได้ใช้จินตนาการ ความคิดสร้างสรรในการประดิษฐ์สื่อของและให้ทำอย่างอิสระ

ประเมินเพื่อน     เพื่อนๆทุกคนตั้งใจทำงานมีความคิดสร้างสรรประดิษฐ์สื่อของเล่นได้อย่างสวยงาม

ประเมินตนเอง   ตั้งใจค้นหาข้อมูล ตอบคำถาม และช่วยคู่ของตนเอง


วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2563



 บันทึกอนุทินครั้งที่ 6

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2563

เวลา 08:30 - 12:30 น.


เนื้อหาที่เรียน

    พัฒนาการ ทำให้เด็กอยากรู้อยากรู้อยากเห็น

ทักษะทางวิทยาศาสตร์

   1.ทักษะการสังเกต (เพื่อเก็บข้อมูล)  มีเครื่องมือทางคณิตศาสตร์มาเกี่ยวข้อง

   2.ทักษะการจำแนก เป็นการแบ่งประเภทโดยใช้เกณฑ์  ความเหมือน ความต่าง สัมพันธ์กัน

   3.ทักษะการวัด ใช้เครื่องมือ ในการวัดปริมาณสิ่งต่างๆ โดยมีหน่ายการวัดกำกับ

   4.ทักษะการตีความหมาย การพูด เขียน รูปภาพ และท่าทางภาษา สามารถสื่อสารได้อย่างชัดเจน

   5.ทักษะการลงความเห็น การลงความเห็นเพิ่มเติมอย่างมีเหตผล โดยอาศัยประสบการณ์และความรู้

   6.ทักษะการหาความสัมพันธ์ระสเปสกับเวลา ภาพ 1 มิติ 2 มิต และ 3มิติ การบอกทิศทาง บอกเงา จากภาพ3มิติ

   7.ทักษะการคำนวน มีการหาค่า บวก ลบ คูณ หาร

 มาตรฐาน คือเกณฑ์ขั้นต่ำ


สมองกับวิทยาศาสตร์ 

 -ตีความ

 -หาเหตุผล เชื่องโยง

 -ประเมินคุณค่า

 -จำแนกองค์ประกอบ


องค์ประกอบของการคิดทางวิทยาศาสตร์

 -สิ่งที่กำหนด

 -การค้นหาความจริง หรือความสำคัญ

-หลักการหรือกฎเกณฑ์


คำศัพย์ภาษาอังกฤษ

1.rate ประเมิน

2.fact ข้อเท็จจริง

3.inference การลงคามเห็น

4.mensuration การวัด

5.determine     กำหนด.



การประเมิน

ประเมินอาจารย์ อาจารย์อธิบายกระชับเข้าใจง่าย มีการยกตัวอย่างประกอบ

ประเมินเพื่อน ตั้งใจฟังดี สนใจเนื้อหาที่เรียน

ประเมินตนเอง ตั้งใจเรียน ถามเมื่อมีข้อสงสัย



วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2563

  บันทึกอนุทินครั้งที่ 5

วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2563

เวลา 08:30 - 12:30 น.

เนื้อหาที่เรียน

       

ทำไมถึงต้องสอนวิทยาศาสตร์  การศึกษามาตรฐาน ความจำเป็นในชีวิตประจำวัน เเละ หลักสูตรประฐมวัย 60

กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คือ การหาเหตุผล แก้ไขปัญหา

สมองกับวิทยาศาสตร์     1 ตีความข้อมูลที่ได้รับเพื่อทำความเข้าใจ

                                    2 หาสาเหตุเชื่อมโยงสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อสืบค้นความจริง

                                    3 ประเมินคุณค่าของสิ่งต่างๆเพื่อการตัดสินใจ

                                    4 จำเเนกองค์ประกอบเพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งหมดของเรื่องนั้น

กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คือ การหาเหตุผล แก้ไขปัญหา
            
          ทักษะการสังเกต
                การใช้ประสาทสัใผัสทั้ง5 สังเกตเพื่อดูการเปลี่ยนแปลง
            ทักษะการจำแนก
                ใช้การตั้งเกณฑ์ เพื่อหาความเหมือน ความต่าง
            ทักษะการวัด
                ใช้เครื่องมือ โดยจะมีหน่วยการกำกับ
            ทักษะการสื่อความหมาย
                การพูด การเขียน การวาดภาพ บรรยายวัตถุ
            ทักษะการลงความคิดเห็น
                 เพิ่มเติมความคิดเห็นให้กับข้อมูลที่มีอยู่อย่างมีเหตุผล
            ทักษะการหาความสัมพันธ์รหว่างสเปสกับเวลา
บอกทิศทางหรือตำแหน่งของวัตถุ ชี้บ่งภาพ 2 มิติ 3 มิติ

องค์ประกอบของการคิดทางวิทยาศาสตร์ 

        สิ่งที่กำหนด

        หลักหรือกฎเกรณฑ์  เป็นข้อกำหนดสำหรับใช้เเยกส่วนประกอบของสิ่งที่กำหนดให้

        การค้นหาความจริงหรือความสำคัญ   เป็นการพิจารณาส่วนประกอบของสิ่งที่กำหนดให้


              อาจารย์ให้จำกลุ่มทำงานให้ตั้งหัวข้อทำผังความคิด กลุ่มล่ะ 5 คนหัวข้อเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์

กลุ่มของดิฉันเลือกหน่วย การเจริญเติบโตของถั่วงงอก




วันจัทร์ สอนเรื่อง ชนิดของถั่ว

วันอังคาร สอนเรื่อง ลักษณะของต้นถั่วงอก

วันพุธ สอนเรื่อง  การดูแลรักษา

วันพฤหัส สอนเรื่อง ประโยชน์ของถั่วงอก

วันศุกร์ สอนเรื่อง โทษของถั่วงอก 




คำศัพย์ภาษาอังกฤษ

1. nuts  ถั่ว
2. sprouts ถั่วงอก
3. soybean ถั่วเหลื่อง
4. skill   ทักษะ
5. grow up เติบโต


   
   ประเมิน
          ประเมินตนเอง: คิดรับฟังความเห็นของเพื่อน และช่วยเพื่อนทำ
          ประเมินเพื่อน: ช่วยกันคิดหน่วยและลงมือทำ
          ประเมินอาจารย์: อธิบายเนื้อหาอย่างละเอียดและให้คำแนะนำ

วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2563

 

                                                                  

                                                                 บันทึกอนุทินครั้งที่ 4

วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2563

เวลา 08:30 - 12:30 น.


เนื้อหาที่เรียน

    การจัดการเรียนการสอนให้กับเด็ก สิ่งที่ควรคำนึงถึง คือ

1.เรื่องที่เด็กสนใจ

2.สิ่งที่ใกล้ตัวเด็ก

3.สิ่งที่มีผลกระทบกับตัวเด็ก

    ความหมายของพํฒนาการ คือ ความสามารถของเด็กที่แสดงออกแต่ละช่วงวัย

    ลักษณะของพัฒนาการ คือ เป็นการเปลี่ยนแปลงตามลำดับขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง แต่ละขั้นมีความสำคัญเพราะจะเชื่อมโยงไปขั้นต่อไป

เพียเจย์

     อายุ 0-2 ปี รับรู้และเคลื่อนไหว เป็นขั้นที่เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ตาดู หูฟัง ลิ้นชิมรส กายสสัมผัส จมูกดมกลิ่น(คือการทำงานของสมอง)

     อายุ 2-4 ปี การพูดเป็นคำๆ ภาษา มีเหตุผลบ้าง

     อายุ 4-7 ปี พูดเป็นประโยค มีเหตผลมากขึ้น 

 เนื้อหา ต้องเลือกให้เหมาะสมกับพัฒนาการ


นิยามของการเล่น ให้เด็กได้ลงมือกระทำกับวัตถุโดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 เพื่อเลือกและตัดสินใจอย่างมีคามสุข

การเล่น เป็น วิธีการทำให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้


คำศัพย์ภาษาอังกฤษ

    1.reasonable มีเหตผล

   2.appropriate เหมาะสม

   3.decide ตัดสินใจ

   4.select เลือก

   5.method วิธีการฺบายละเอียดเข้าใจง่าย

การประเมิน

ประเมินอาจารย์ อาจารย์พุดชัดเจน สอนละเอียดเข้าใจง่ายเปิดโอกาศให้ถาม

ประเมินเพื่อน ตั้งใจฟังสนทนาโต้ตอบ

ประเมินตนเอง ตั้งใจฟัง และถามตอบกับอาจารย์



วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2563


 

บันทึกอนุทินครั้งที่ 3

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2563

เวลา 08:30 - 12:30 น.


เนื้อหา


วิทยาศาสตร์ คือ ความพยายามของมนุษย์ที่จะเรียนรู้เเละทำความเข้าใจรอบตัวเเละตัวตนของตนเอง


   ความพยายามเช่นนี้ติดตัวของมนุษย์ตั่งแต่เเรกเกิด ซึ่งสะท้อนให้เห็นจากธรรมชาติรอบตัวของเด็กที่มีความอยากรู้อยากเห็นช่างสังเกตเเละคอยชักถามเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่พวกเขาเจอ


   การทำความเข้าใจสิ่งรอบตัวเเละตัวตนของตนเองโดยการสังเกตเเละคอยชักถามเกี่ยวกับสิ่งต่างๆที่พวกเขาเจอช่วยเชื่อมโยงของสมองของเด็กโดยเฉพาะเด็กเล็กๆ เพราะสงเสริมให้เด็กคิดและเป็นการเตรียมการเรียนรู้ได้มากขึ้น


การจัดประสบการณ์ คือ การจัดกิจกรรม และการจัดสภาพแวดล้อมทั้งภายนอกและภายในห้องเรียนโดยให้ได้รับประสบการณ์ตรงจากการเล่น การลงมือปฏิบัติ ซึ่งจะทำให้เกิดการเรียนรู้ได้ดี และเพื่อส่งเสริมพัฒนาการให้ครบทั้ง ด้าน คือ ด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญา

 การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์ต้องคำนึงถึง 3 สิ่ง

     1. เรื่องที่เด็กสนใจ
     2. สิ่งที่ใกล้ตัวเด็ก
     3. เหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อตัวเด็ก

หลักสูตรวิทยาศาสตร์
    1. ตัวฉัน
    2. บุคคล เเละ สถานที่
    3. คนรอบตัว
    4. ธรรมชาติ สิ่งเเวดล้อมรอบตัว

ความหมายของพัฒนาการ 
     คือ ความสามารถที่เเสดงออกมาเเต่ละช่วงอายุ

ลักษณะของพัฒนาการ
     คือ การเปลี่ยยนเเปลงเป็นขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง เปรียบเสมือน ขั้นบันได
พัฒนาการเเต่ละขั้น จะต้องมั่นคง เพราะ จะมีผลต่อขั้นต่อๆไป

การเล่น 
     คือ การใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ลงมือกระทำกับวัสดุ เพื่อเลือกเเละตัดสินใจ  อย่างมีความสุข


ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ (Piaget)

4-7 ปี เริ่มเรียนรู้คำพูด ภาษา มีเหตุเเละผลมากขึ้นกลายเป็นขั้นอนุรักษ์ เราจะรู้ได้ต่อเมื่อ เด็กใช้เหตุผลในการตอบ

       ขั้น 1 ขั้นประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหว (Sensori-Motor Stage) อายุ 2 ปีหลังเเรกเกิด

        ขั้น 2 ขั้นก่อนปฏิบัติการคิด (Preoperational Stage)   ขั้นนี้จะอยู่ในช่วง 2-7 ปี ในระยะ 2-4 ปี เด็กยังยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง มีขีดจำกัดในการรับรู้ สามารถเข้าใจได้เพียงมิติเดียว ในระยะ 5-6 ปี เด็กจะย่างเข้าสู่ขั้น Intuitive Thought ระยะนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการคิด ที่ขึ้นอยู่กับการรับรู้กับการคิดอย่างมีเหตุผลตามความจริง

     ขั้น 3 ปฏิบัติการคิดด้วยรูปธรรม (Concrete Operational Stage) ขั้นนี้ เริ่มจากอายุ 7-11 ปี เด็กจะมีความสามารถคิดเหตุผลและผลที่เกี่ยวข้องกับปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่ยึดอยู่เฉพาะการรับรู้เหมือนขั้นก่อน ๆ ในขั้นนี้เด็กจะสามารถคิดย้อนกลับ (Reversibility) สามารถเข้าใจเรื่องการอนุรักษ์ (Conservation) สามารถจัดกลุ่มหรือประเภทของสิ่งของ (Classification) และสามารถจัดเรียงลำดับของสิ่งต่าง ๆ (Seriation) ได้ 

    ขั้น 4 ปฏิบัติการคิดด้วยนามธรรม (Formal Operational Stage) ตั้งแต่อายุ 11 ปี จนถึงวัยผู้ใหญ่เป็นช่วงที่เด็กจะสามารถคิดไม่เพียงแต่ในสิ่งที่เห็นหรือได้ยินโดยตรงเหมือนระยะก่อน ๆ อีกต่อไป แต่จะสามารถจินตนาการเงื่อนไขของปัญหาในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต โดยพัฒนาสมมติฐานอย่างสมเหตุสมผลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งก็หมายถึงว่า ในระยะนี้เด็กจะมีความสามารถคิดหาเหตุผลเหมือนผู้ใหญ่นั่นเอง 
    

คำศัพย์ภาษาอังกฤษ

1. thinking skill ทักษะการคิด
2. age  อายุ
3. step ขั้นตอน
4. order ลำดับ
5. concrete รูปธรรม

ประเมิน
ประเมินอาจารย์  อาจารย์อธิบายเข้าใจง่าย อย่างละเอียดเปิดโอกาสให้ซักถาม
ประเมินเพื่อน    เพื่อนๆตั้งใจฟังร่วมสนทนาถามตอบ
ประเมินตนเอง  ตั้งใจเรียน  ตอบคำถาม มีส่วนร่วม



วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2563



 บันทึกอนุทินครั้งที่ 2

วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2563

เวลา 08:30 - 12:30 น.

เนื้อหาที่เรียน

      อาจารย์ให้ทำงานกลุ่ม จับกลุ่ม 5 คน ทำงานในหัวข้อเรื่อง การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย  ให้นักศึกษาอะธิบายพร้อมเหตุผลเมื่อ  นึกถึงเด็กปฐมวัย นึกถึงการจัดประสบการณ์ นึกถึงวิทยาศาสตร์  นึกถึงอะไรใน 3 หัวข้อนี้  

1. นึกถึงเด็กปฐมวัย 
1.1 นึกถึง การอบรบเลี้ยงดู เพราะว่าสิ่งเเวดล้อมรอบตัวเด็กเเต่ละคนมีความเเตกต่างกัน
1.2 นึกถึง พัฒนาการ  เพราะเด็กมีการเปลี่ยนเเปลงพัฒนาการทั้ง 4 อย่างเป็นลำดับขั้น  
1.3 นึกถึงการเล่น เพราะ เด็กเล่นเพื่อให้เกิดการเรียนรู้

2. นึกถึงการจัดประสบการณ์
2.1  นึกถึง การจัดกิจกรรม เพราะเด้กได้ลงมือปฏิบัติเเละลงมือด้วยตนเอง
2.2 นึกถึง  สื่อ เนื่องจากสื่อเป็นตัวกลางในการให้เกิดการเรียนรู้กับเด็ก 
2.3 นึกถึง ทักษะทั้ง 4 ด้านของเด็ก เพราะป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาบุคคลทุกช่วงวัย

3. นึกถึงวิทยาศาสตร์
3.1 นึกถึง การทดลอง จะทำให้เด็กอยากที่จะเรียนรู้เกิดการอยากทำอยากทดลอง
3.2 นึกถึง การสังเกต เด็กจะได้ใช้การสัมผัสทั้ง 5 ด้วยการสังเกต ตาดู มองเห็น ปากชิมรส จมูกดมกลิ่น หูได้ฟังเเละได้

การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย 

        กิจกรรมวิทยาศาสตร์เป็นกิจกรรมที่จัดประสบการณ์โดยให้เด็กเรียนรู้โดยการลงมือปฏิบัติจริงและผู้ปกครองสามารถนำมาเชื่อมโยงกับเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก เรื่องเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก ธรรมชาติรอบตัว สิ่งต่าง ๆ รอบตัวเด็กได้ วิทยาศาสตร์จะเน้นให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้โดยผ่านกระบวนการที่เรียกว่า กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ส่งเสริมให้เด็กเป็นคนช่างสำรวจ สืบเสาะ ค้นหา คิดวิเคราะห์ ในสิ่งต่าง ๆ ที่สนใจ ฝึกให้เด็กสามารถอธิบายและหาข้อสรุปในการทดลองต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเด็กเอง เพื่อสร้างความเข้าใจในวิทยาศาสตร์ให้เด็กมากขึ้น


คำศัพท์
1. Change   การเปลี่ยนเเปลง
2. Practice  ปฏิบัติ
3. Observe  สังเกต
4. Study      เรียนรู้
5. Learning process กระบวนการเรียนรู้

ประเมิน
ประเมินอาจารย์ -  อาจารย์อธิบายเพิ่มเติมอย่างละเอียด c]t.shนักศึกษาทำงานกลุ่มเพื่อให้นักศึกษารู้จักการวางเเผน
ประเมินเพื่อน  - เพื่อนตั้งใจทำงานกลุ่มช่วยเหลือกัน 
ประเมินตนเอง - ตั้งใจทำงานอย่างดี    และช่วยเหลือเพื่อน




 สรุปบทความ บทความเรื่อง : ทักษะทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย ทักษะการสังเกต การสังเกต (Observation) หมายถึง การใช้ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่าง...