วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

 สรุปบทความ


บทความเรื่อง : ทักษะทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย


ทักษะการสังเกต

การสังเกต (Observation) หมายถึง การใช้ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างรวมกัน ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น และผิวกาย เข้าไปสัมผัสโดยตรงกับวัตถุหรือเหตุการณ์ โดยมีจุดประสงค์ที่จะหาข้อมูลซึ่งเป็นรายละเอียดของสิ่งนั้น ๆ โดยไม่ใส่ความคิดเห็นของผู้สังเกตลงไป

ทักษะการจำแนกประเภท

การจำแนกประภท (Classifying) หมายถึง ความสามารถในการแบ่งประเภทสิ่งของโดยหาเกณฑ์ (Criteria) หรือสร้างเกณฑ์ในการแบ่งขึ้น เกณฑ์ที่ใช้ในการจำแนกประเภทของสิ่งของมีอยู่ 3 อย่าง คือ ความเหมือน (Similarities) ความแตกต่าง (Differences) และความสัมพันธ์ร่วม  

ทักษะการวัด

การวัด (Measurement) หมายถึง การใช้เครื่องมือต่าง ๆ วัดหาปริมาณของสิ่งที่เราต้องการทราบได้อย่างถูกต้อง โดยมีหน่วยการวัดกำกับอยู่เสมอ

ทักษะการสื่อความหมาย

การสื่อความหมาย (Cummunication) หมายถึง การพูด การเขียน รูปภาพ และภาษาท่าทาง การแสดงสีหน้า ความสามารถรับข้อมูลได้อย่างถูกต้องและชัดเจน ตลอดจนการแสดงออกทางอารมณ์และความรู้สึก ก็จัดว่าเป็นการสื่อความหมายด้วย 

ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล

การลงความเห็นจากข้อมูล (Inferring) หมายถึง การเพิ่มเติมความคิดเห็นให้กับข้อมูลที่มีอยู่อย่างมีเหตุผล โดยอาศัยความรู้หรือประสบการณ์เดิมมาช่วย ข้อมูลนี้อาจได้จากการสังเกต การวัดหรือการทดลอง การลงความเห็นจากข้อมูลต่างกับการทำนายในแง่ที่ว่า การลงความเห็นจากข้อมูลไม่บอกเหตุการณ์ในอนาคต เป็นเพียงแต่อธิบายความหมายจากข้อมูล โดยอาศัยความรู้และประสบการณ์เดิมมาช่วย

ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปสและสเปสกับเวลา

สเปส หรือมิติ (Space) ของวัตถุใด ๆ หมายถึง ที่ว่างที่วัตถุนั้นครองที่ ซึ่งจะมีรูปร่างเหมือนวัตถุนั้น เช่น สเปสของแผ่นกระดาษรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าก็คือ เนื้อที่ซึ่งกระดาษแผ่นนี้ทับอยู่ ซึ่งจะมีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าเท่ากับแผ่นที่ทับอยู่ สเปสอาจมี 2 มิติ คือ กว้างและยาว หรืออาจมี 3 มิติ คือ กว้าง ยาว และสูง ก็ได้ 

ทักษะการคำนวณ

การคำนวณ หมายความถึงความสามารถในการนับจำนวนของวัตถุ การบวก ลบ คูณ หาร การหาค่าเฉลี่ยต่าง ๆ และการคำนวณที่ซับซ้อนเช่น การคำนวณหาปริมาณต่าง ๆ และรวมไปถึงการคำนวณโดยใช้สูตรตั้งแต่ง่าย ๆ ไปจนถึงขั้นซับซ้อนขึ้นตามลำดับ


บทสรุป

จากที่กล่าวมาแล้วสรุปได้ว่า การกระตุ้นให้เด็กปฐมวัยได้พัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์นั้น ควรจัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ให้เด็กได้ลงมือกระทำด้วยตนเอง ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นกระบวนการขั้นพื้นฐาน หรือทักษะเบื้องต้นที่ควรส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยได้รับการพัฒนา มี 7 กระบวนการ ดังนี้ คือ ทักษะการสังเกต ทักษะการจำแนกประเภท ทักษะการวัด ทักษะการสื่อความหมาย ทักษะการลงความเห็น ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างมิติกับเวลา และทักษะการคำนวณ



 

 

 

 



สรุปวิจัย

       สรุปวิจัยเรื่อง :  ผลการจัด ประสบการณ์การเรียนรู้แบบโครงการที่มีต่อความสามารถ ด้านการสังเกตการจำแนกและการเปรียบเทยีบของเด็กปฐมวัย  

      โดย : ยุพา ศิริรักษ์

      พ.ศ. 2558

       มหาวทิยาลยัราชภฏันครสวรรค์


วัตถุประสงค์ของการวิจัย

ในการวิจัยคร้ังน้ีมีวัตถุประสงค์

1.เพื่อศึกษาจำนวนของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดระสบการณ์การเรียนรู้แบบโครงการ มีคะแนนความสามารถด้านการสังเกต การจำแนก และการเปรียบเทียบผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75 ของ คะแนนเต็ม

2. เพื่อเปรียบเทียบความสามารถด้านการสังเกตการจำแนกและการเปรียบเทียบก่อน จัดประสบการณ์การเรียนรู้และหลังการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับ การจดัประสบการณ์การเรียนรู้แบบโครงการ


   ความสามารถด้านการสังเกต หมายถึง ความสามารถของเด็กปฐมวัย ที่สามารถรับรู้ และ การมองเห็นของสิ่งของสองสิ่ง ในด้านขนาดและรูปร่าง


   ความสามารถด้านการจาแนก หมายถึง ความสามารถของเด็กปฐมวัยในการจัดแบ่งพวก เรียงลำดับวัตถุสิ่งของที่มีอยู่ใหเ้ป็นหมวดหมู่โดยมีเกณฑ์ในการจัดแบ่งเกณฑ์ดังกล่าวอาจจะใช้ ความเหมือนความแตกต่างหรือความสัมพันธ์
   ความสามารถด้านการเปรียบเทียบ หมายถึง ความสามารถของเด็กปฐมวัยในการมองเห็น ความแตกต่างของขนาด รูปร่าง จานวนท่ีมากกว่าเท่ากันและน้อยกว่าของวตัถุและสิ่งต่างๆ
ประโยชน์ทคี่าดว่าจะได้รับ

การวิจัยคร้ังน้ี ผู้วิจัยคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการวิจยั ดังน้ี

1. ได้ดผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบโครงการ สาหรับใช้จัดกิจกรรมการเรียน การสอนเด็กปฐมวัย

2. ได้พัฒนาความสามารถด้านการสังเกต การจำแนก และการเปรียบเทียบของเด็กปฐมวัยโดยการจัดระสบการณ์การเรียนรู้แบบโครงการ

3. เป็นแนวทางสำหรับครูและผู้สนใจในการนำวิธีการจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบ โครงการมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสม เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการสังเกต การจำแนก และ การเปรียบเทียบของเด็กปฐมวัยรวมทั้งส่งเสริมทักษะด้านนอื่น  ต่อไป


วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

                                                                   


                                                                     บันทึกอนุทินครั้งที่ 10

วันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

เวลา 08:30 - 12:30 น


เนื้อหา
           
           คุณครูต้องเริ่มจากคำถามของเด็กๆ ครูมีหน้าที่ให้คำตอบ จดบันทึกจากคำพูดของเด็ก
                1.ครูพูดคุยเรื่องชีวิตประจำวันของเด็กๆ   ครูต้องการที่จะกระตุ้นในการทำกิจกรรม
                2.อุปกรณ์  จะเป็นตัวอย่าง คือ การกระตุ้นให้เด็กสงสัยอยากรู้ ครูควรที่จะซ้อนไว้ในกล่องแล้วนำออกมาทีละชิ้นพร้อมกับแนะนำชื่ออุปกรณ์
                3.การนำเข้ากิจกรรม โดยใช้คำถาม และถามเด็กว่ามีใครอยากช่วยคุณครูบ้างคะ
                4.เริ่มกิจกรรม ในแต่ละขั้นควรให้เด็กสังเกต ว่าเห็นอะไรบ้าง ทุกๆการตอบของเด็กครูควรที่จะสนองคำตอบของเด็ก ด้วยการชมว่าเก่งมาก
                5.ขั้นสรุป ครูต้องถามความว่า ทำอะไรบ้าง เห็นอะไรบ้าง สรุปข้อเท็จจริง คือการสังเกตเห็นอะไรจากผลที่ทำ
                6.การบูรณาการ ด้านภาษากับคณิตศาสตร์สอดแทรกเข้าไป

      จากนั้นอาจารย์ให้แบ่งกลุ่มและเลือกกลุ่มละ 1หน่วย กลุ่มดิฉันเลือกหน่วยไข่

 


วันจันทร์ สอนเรื่อง ชนิดของไข่

วันอังคาร สอนเรื่อง ลักษณะของไข่

          วันพุธ สอนเรื่อง  การดูแลรักษาไข่

          วันพฤหัสบดี สอนเรื่อง  ประโยชน์ของไข่

          วันศุกร์ สอนเรื่อง โทษของไข่


 การทดลอง ไข่ไดโนเสาร์


คำศัพย์ภาษาอังกฤษ

     1.egg ไข่

  2.experiment การทดลอง

  3.food coloring สีผสมอาหาร

  4.dinosaur ไดโนเสาร์

  5.blame โทษ 


การประเมิน

  ประเมินอาจารย์ อาจารย์พูดชัดเจน สอนละเอียดเข้าใจง่ายเปิดโอกาศให้ถาม

    ประเมินเพื่อน ตั้งใจฟังสนทนาโต้ตอบ

    ประเมินตนเอง ตั้งใจฟัง และถามตอบกับอาจารย์

 

 


                       



วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

สื่อเพื่อพัฒนาลูกรัก 

             

          เอกสารส่งเสริมพัฒนาการทางสติปัญญาด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยสาหรับผู้ปกกครอง

         สวสัดีค่ะท่านผู้ปกครองพวกเรามีเทคนิคการพฒันาทกัษะทางสติปัญญาด้านนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ จากการประดษิฐ์ผ่านแนวคิด สะเต็มด้วยนิทานการทดลองเรื่อง "กระต่ายตื่นตูม" ซึ่งในนิทานเราสามารถนา แนวคิดจากกิจกรรมสะเต็มมาทาที่บา้นได้โดยกจิกรรมนี้จะเกี่ยวเรื่องแรงต้านอากาศผู้ปกครองสามารถทาตาม ได้ง่ายๆ โดยทากิจกรรมร่มชูชีพ และวสัดุอุปกรณ์ที่ใช้ก็สามารถหาได้ง่ายๆ โดยจะมี ถุงพลาสติก ด้ายหรือเชือก ใช้ตุ๊กตาตัวเล็กๆหรือดินน้ามันแทนได้ผู้ปกกครองสามารถให้ลูกน้อยของท่านไดทำร่มชูชีพของตนเองได้ กิจกรรมนี้จะช่วยให้ลูกน้อยของท่านได้มีทักษะในการคิด การแกไ้ขปัญหา และยังนำทักษะเหล่านี้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วยค่ะ


กิจกรรมการทดลองเรื่อง “กระต่ายตื่นตูม”

       กระต่ายตวัหนึ่งนอนหลับอยู่ใต้ต้นตาลขณะที่นอนหลับอยู่นั้นเกิดพายุใหญ่ทำให้ลูกตาลหล่นลงที่พื้นดิน กระต่ายตกใจตื่ขึ้นคิดว่าฟ้าถล่ม ไม่ทันได้ไตร่ตรอง รีบลุกขึ้นไปบอกสัตว์ตัวอื่นว่า

“ฟ้าถล่ม”

  


 สัตว์นั้นไม่ทันคิดพากันนวิ่งตามกระต่ายไปหกล้มแข้งขาหักชนต้นไม้ตกเหวตายบ้างก็มี จนกระทั้งมาพบ พญาราชสีห์ตัวหนึ่ง ราชสีห์ร้องถามว่า "พวกท่านวิ่ง หนีอะไรมา”



กระต่ายจึงเล่าเรื่องให้ราชสีห์ฟัง ราชสีห์จึงถามต่อไปว่า “ฟ้าถล่มที่ตรงไหน จงพาเราไปดูที” 

พอไปถึงใต้ต้นตาลราชสีห์เห็นลูกตาลตกอยู่ที่โคนต้นก็เข้าใจว่าลูกตาลตกลงบนใบตาลแห้ง จึงเกิดเสียงจนทำให้เจ้ากระต่ายคิดว่าแผ่นดินถล่ม

 


คุยกับลูก “ถา้หนูเป็นกระต่ายหนูจะตื่นตูมตกใจเหมือนกระต่ายหรือไม่เพราะอะไร”

บทสรุป

“เด็กๆเห็นหรือว่าถา้ หากเราไม่มีสติ เชื่อคนง่ายก็จะให้ท้้งตัวเราเองและผู้อื่นเดือดร้อน ดังนั้นอย่าตกใจโวยวายหรือเชื่อข่าวลือจากผอูื่นโดยไม่พิจารณาให้รอบครอบเสียก่อน”

เล่นกับลูก

ให้เด็กๆทาการทดลองที่เกี่ยวขอ้งกบัแรงอากาศ

วัสดุอุปกรณ์

1. ถุงพลาสติก

2. เชือกหรือด้าย

3. ตุ๊กตาตัวเล็กๆหรือดินน้ำมัน

4. กรรไกร

5. ไมบ้รรทัด



มีขั้นตอนให้ผู้ปกครอง ดังนี้

- ตัดถุงพลาสติกให้มีขนาด 30x30 เซนติเมตร

  


- จากนั้นนำเชือกมามัดทั้ง4มุมของถุงพลาสติก



- ปลายเชือกอีกด้านมัดเข้ากับตุ๊กตา



- ปล่อยร่มชูชีพจากที่สูง



ผลการทดลอง

ร่มชูชีพ มีแรงต้านอากาศทาให้คนและของค่อยๆตกลงสู่พื้นแบบไม่เร็วกันคนจะได้ไม่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตและ ของจะได้ไม่ชารุดเสียหาย


วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563




 บันทึกอนุทินครั้งที่ 9

วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2563

เวลา 08:30 - 12:30 น


เนื้อหา

               อาจารย์แจกกระดาษ 2ชิ้น เพื่อให้ประดิษฐ์ของเล่นเกี่ยวกับ อากาศ ฉันทำกังหันโดยใช้แรงหมุนจากมือ




              จากนั้นอาจารย์ได้แจกกระดาษอ่อน และคลิปหนีบกระดาษคนละ1ตัว ให้นักศึกษาทุกคนทำลูกยางจากกระดาษที่แจกให้ และลองโยนขึ้นฟ้า จากนั้นดูว่าลูกยางของลอยอยู่ในอากาสได้นานกว่ากัน






        กิจกรรมสุดท้ายอาจารย์ ให้นำน้ำใส่ถาด และให้ปั้นดินน้ำมันเป็นก้อนกลมๆใส่ในถาด ปรากฎว่าดินน้ำมันจม และสุดท้ายให้ทำอย่างไรก็ได้ให้ดินน้ำมันลอยอยู่บนผิวน้ำได้ ฉันจึงทำให้ดินน้ำมันแบนๆ และยกด้านข้างขึ้นสูงเพื่อไม่ให้น้ำเข้าไป จึงทำให้ดินน้ำมันลอยได้


คำศัพย์ภาษาอังกฤษ
  1.plasticine ดินน้ำมัน
 2.float ลอย
 3.sink  จม
 4.rotate หมุน
 5.force แรง

การประเมิน
 อาจารย์ อาจารย์สอนละเอียดเข้าใจง่าย แนะนำให้ปรับแก้จุดที่พลาด
 เพื่อน ตั้งใจฟัง และทำกิจกรรมอย่างเต็มที่
 ตนเอง ตั้งใจฟังและปรับแก้ชิ้นงานตามคำแนะนำของอาจารย์
   



วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2563

 


บันทึกอนุทินครั้งที่ 8

วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2563

เวลา 08:30 - 12:30 น


เนื้อหา

        สัปดาห์นี้อาจารย์ให้ดูคลิปวีดีโอเรื่องน้ำ และให้สรุป ได้ดังนี้


ส่วนประกอบของน้ำ

                  ในร่างกายมี 70% ช่วยปรับสมดุลในร่างกาย

                                               ช่วยปรับอุณหภูมิ

                   ในผลไม้มี 90%

คุณสมบัติของน้ำ

          น้ำมี 3 สถานะ

                         1.ของแข็ง

                         2.ของเหลว

                         3.ก๊าส

                      สามารถเปลี่ยนสถานะได้

 

ความกดดันของน้ำ

                    น้ำที่อยู่บนสุด มีแรงกดดันน้ำน้อยที่สุด น้ำพุ่งได้ในระยะสั้นที่สุด

                    น้ำที่มีความลึกเท่ากัน จะมีแรงกดดันน้ำเท่ากัน

                    แรงกดดันน้ำไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาด แต่ขึ้นอยู่กับความลึกยิ่งลึกมากแรงกดดันน้ำจะยิ่งมาก

การเกิดฝน

                    แหล่งน้ำโดนความร้อน ทำให้น้ำระเหยเป็นไอน้ำ รวมตัวกันเป็นก้อนเมฆลอย ไปกระทบกับความเย็นเกิดความควบแน่น ตกลงมาเป็นฝน 

เเรงตึงผิว

          เมื่อผิวหน้าของน้ำสัมผัสกับอากาศ ทำให้เกิดความยืดหยุ่น เมื่อเราวางวัตถุที่มีน้ำเบาลงบนผิวน้ำช้าๆ จะสามารถทำให้วัตถุลอยได้


คำศัพย์ภาษาอังกฤษ

  1. water น้ำ

  2.liquid ของเหลว

  3.status สถานะ

  4.air pressure แรงกดอากาศ

  5.rain ฝน


การประเมิน

         ประเมินอาจารย์ อาจารย์อธิบายกระชับเข้าใจง่าย มีการยกตัวอย่างประกอบ

         ประเมินเพื่อน ตั้งใจฟังดี สนใจเนื้อหาที่เรียน

         ประเมินตนเอง ตั้งใจเรียน ถามเมื่อมีข้อสงสัย



วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2563

บันทึกอนุทินครั้งที่ 7

วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2563

เวลา 08:30 - 12:30 น



เนื้อหาที่เรียน

           วันนี้อาจารย์ให้แบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 2-3 คนทำของเล่นที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ โดยทำจากเศษวัสดุเหลือใช้ภายในห้อง









         กลุ่มของดิฉันทำเป็นส่วนประกอบของต้นไม้ วิธีการเล่นคือ ให้เด็กๆนำส่วนประกอบต่างๆของต้นไม้ไปติดกับต้นไม้อีกต้นที่ไม่สมบูรณ์



คำศัพย์ภาษาอังกฤษ

1.artificial ประดิษฐ์

2.toy  ของเล่น  

3.leftovers  ของเหลือใช้

4.the media  สื่อ

5.experiment ทดลอง

การประเมิน

ประเมินอาจารย์  อาจารย์ให้นนักศึกษาได้ใช้จินตนาการ ความคิดสร้างสรรในการประดิษฐ์สื่อของและให้ทำอย่างอิสระ

ประเมินเพื่อน     เพื่อนๆทุกคนตั้งใจทำงานมีความคิดสร้างสรรประดิษฐ์สื่อของเล่นได้อย่างสวยงาม

ประเมินตนเอง   ตั้งใจค้นหาข้อมูล ตอบคำถาม และช่วยคู่ของตนเอง


วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2563



 บันทึกอนุทินครั้งที่ 6

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2563

เวลา 08:30 - 12:30 น.


เนื้อหาที่เรียน

    พัฒนาการ ทำให้เด็กอยากรู้อยากรู้อยากเห็น

ทักษะทางวิทยาศาสตร์

   1.ทักษะการสังเกต (เพื่อเก็บข้อมูล)  มีเครื่องมือทางคณิตศาสตร์มาเกี่ยวข้อง

   2.ทักษะการจำแนก เป็นการแบ่งประเภทโดยใช้เกณฑ์  ความเหมือน ความต่าง สัมพันธ์กัน

   3.ทักษะการวัด ใช้เครื่องมือ ในการวัดปริมาณสิ่งต่างๆ โดยมีหน่ายการวัดกำกับ

   4.ทักษะการตีความหมาย การพูด เขียน รูปภาพ และท่าทางภาษา สามารถสื่อสารได้อย่างชัดเจน

   5.ทักษะการลงความเห็น การลงความเห็นเพิ่มเติมอย่างมีเหตผล โดยอาศัยประสบการณ์และความรู้

   6.ทักษะการหาความสัมพันธ์ระสเปสกับเวลา ภาพ 1 มิติ 2 มิต และ 3มิติ การบอกทิศทาง บอกเงา จากภาพ3มิติ

   7.ทักษะการคำนวน มีการหาค่า บวก ลบ คูณ หาร

 มาตรฐาน คือเกณฑ์ขั้นต่ำ


สมองกับวิทยาศาสตร์ 

 -ตีความ

 -หาเหตุผล เชื่องโยง

 -ประเมินคุณค่า

 -จำแนกองค์ประกอบ


องค์ประกอบของการคิดทางวิทยาศาสตร์

 -สิ่งที่กำหนด

 -การค้นหาความจริง หรือความสำคัญ

-หลักการหรือกฎเกณฑ์


คำศัพย์ภาษาอังกฤษ

1.rate ประเมิน

2.fact ข้อเท็จจริง

3.inference การลงคามเห็น

4.mensuration การวัด

5.determine     กำหนด.



การประเมิน

ประเมินอาจารย์ อาจารย์อธิบายกระชับเข้าใจง่าย มีการยกตัวอย่างประกอบ

ประเมินเพื่อน ตั้งใจฟังดี สนใจเนื้อหาที่เรียน

ประเมินตนเอง ตั้งใจเรียน ถามเมื่อมีข้อสงสัย



วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2563

  บันทึกอนุทินครั้งที่ 5

วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2563

เวลา 08:30 - 12:30 น.

เนื้อหาที่เรียน

       

ทำไมถึงต้องสอนวิทยาศาสตร์  การศึกษามาตรฐาน ความจำเป็นในชีวิตประจำวัน เเละ หลักสูตรประฐมวัย 60

กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คือ การหาเหตุผล แก้ไขปัญหา

สมองกับวิทยาศาสตร์     1 ตีความข้อมูลที่ได้รับเพื่อทำความเข้าใจ

                                    2 หาสาเหตุเชื่อมโยงสิ่งที่เกิดขึ้นเพื่อสืบค้นความจริง

                                    3 ประเมินคุณค่าของสิ่งต่างๆเพื่อการตัดสินใจ

                                    4 จำเเนกองค์ประกอบเพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งหมดของเรื่องนั้น

กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คือ การหาเหตุผล แก้ไขปัญหา
            
          ทักษะการสังเกต
                การใช้ประสาทสัใผัสทั้ง5 สังเกตเพื่อดูการเปลี่ยนแปลง
            ทักษะการจำแนก
                ใช้การตั้งเกณฑ์ เพื่อหาความเหมือน ความต่าง
            ทักษะการวัด
                ใช้เครื่องมือ โดยจะมีหน่วยการกำกับ
            ทักษะการสื่อความหมาย
                การพูด การเขียน การวาดภาพ บรรยายวัตถุ
            ทักษะการลงความคิดเห็น
                 เพิ่มเติมความคิดเห็นให้กับข้อมูลที่มีอยู่อย่างมีเหตุผล
            ทักษะการหาความสัมพันธ์รหว่างสเปสกับเวลา
บอกทิศทางหรือตำแหน่งของวัตถุ ชี้บ่งภาพ 2 มิติ 3 มิติ

องค์ประกอบของการคิดทางวิทยาศาสตร์ 

        สิ่งที่กำหนด

        หลักหรือกฎเกรณฑ์  เป็นข้อกำหนดสำหรับใช้เเยกส่วนประกอบของสิ่งที่กำหนดให้

        การค้นหาความจริงหรือความสำคัญ   เป็นการพิจารณาส่วนประกอบของสิ่งที่กำหนดให้


              อาจารย์ให้จำกลุ่มทำงานให้ตั้งหัวข้อทำผังความคิด กลุ่มล่ะ 5 คนหัวข้อเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์

กลุ่มของดิฉันเลือกหน่วย การเจริญเติบโตของถั่วงงอก




วันจัทร์ สอนเรื่อง ชนิดของถั่ว

วันอังคาร สอนเรื่อง ลักษณะของต้นถั่วงอก

วันพุธ สอนเรื่อง  การดูแลรักษา

วันพฤหัส สอนเรื่อง ประโยชน์ของถั่วงอก

วันศุกร์ สอนเรื่อง โทษของถั่วงอก 




คำศัพย์ภาษาอังกฤษ

1. nuts  ถั่ว
2. sprouts ถั่วงอก
3. soybean ถั่วเหลื่อง
4. skill   ทักษะ
5. grow up เติบโต


   
   ประเมิน
          ประเมินตนเอง: คิดรับฟังความเห็นของเพื่อน และช่วยเพื่อนทำ
          ประเมินเพื่อน: ช่วยกันคิดหน่วยและลงมือทำ
          ประเมินอาจารย์: อธิบายเนื้อหาอย่างละเอียดและให้คำแนะนำ

วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2563

 

                                                                  

                                                                 บันทึกอนุทินครั้งที่ 4

วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2563

เวลา 08:30 - 12:30 น.


เนื้อหาที่เรียน

    การจัดการเรียนการสอนให้กับเด็ก สิ่งที่ควรคำนึงถึง คือ

1.เรื่องที่เด็กสนใจ

2.สิ่งที่ใกล้ตัวเด็ก

3.สิ่งที่มีผลกระทบกับตัวเด็ก

    ความหมายของพํฒนาการ คือ ความสามารถของเด็กที่แสดงออกแต่ละช่วงวัย

    ลักษณะของพัฒนาการ คือ เป็นการเปลี่ยนแปลงตามลำดับขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง แต่ละขั้นมีความสำคัญเพราะจะเชื่อมโยงไปขั้นต่อไป

เพียเจย์

     อายุ 0-2 ปี รับรู้และเคลื่อนไหว เป็นขั้นที่เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ตาดู หูฟัง ลิ้นชิมรส กายสสัมผัส จมูกดมกลิ่น(คือการทำงานของสมอง)

     อายุ 2-4 ปี การพูดเป็นคำๆ ภาษา มีเหตุผลบ้าง

     อายุ 4-7 ปี พูดเป็นประโยค มีเหตผลมากขึ้น 

 เนื้อหา ต้องเลือกให้เหมาะสมกับพัฒนาการ


นิยามของการเล่น ให้เด็กได้ลงมือกระทำกับวัตถุโดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 เพื่อเลือกและตัดสินใจอย่างมีคามสุข

การเล่น เป็น วิธีการทำให้เด็กได้เกิดการเรียนรู้


คำศัพย์ภาษาอังกฤษ

    1.reasonable มีเหตผล

   2.appropriate เหมาะสม

   3.decide ตัดสินใจ

   4.select เลือก

   5.method วิธีการฺบายละเอียดเข้าใจง่าย

การประเมิน

ประเมินอาจารย์ อาจารย์พุดชัดเจน สอนละเอียดเข้าใจง่ายเปิดโอกาศให้ถาม

ประเมินเพื่อน ตั้งใจฟังสนทนาโต้ตอบ

ประเมินตนเอง ตั้งใจฟัง และถามตอบกับอาจารย์



วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2563


 

บันทึกอนุทินครั้งที่ 3

วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2563

เวลา 08:30 - 12:30 น.


เนื้อหา


วิทยาศาสตร์ คือ ความพยายามของมนุษย์ที่จะเรียนรู้เเละทำความเข้าใจรอบตัวเเละตัวตนของตนเอง


   ความพยายามเช่นนี้ติดตัวของมนุษย์ตั่งแต่เเรกเกิด ซึ่งสะท้อนให้เห็นจากธรรมชาติรอบตัวของเด็กที่มีความอยากรู้อยากเห็นช่างสังเกตเเละคอยชักถามเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่พวกเขาเจอ


   การทำความเข้าใจสิ่งรอบตัวเเละตัวตนของตนเองโดยการสังเกตเเละคอยชักถามเกี่ยวกับสิ่งต่างๆที่พวกเขาเจอช่วยเชื่อมโยงของสมองของเด็กโดยเฉพาะเด็กเล็กๆ เพราะสงเสริมให้เด็กคิดและเป็นการเตรียมการเรียนรู้ได้มากขึ้น


การจัดประสบการณ์ คือ การจัดกิจกรรม และการจัดสภาพแวดล้อมทั้งภายนอกและภายในห้องเรียนโดยให้ได้รับประสบการณ์ตรงจากการเล่น การลงมือปฏิบัติ ซึ่งจะทำให้เกิดการเรียนรู้ได้ดี และเพื่อส่งเสริมพัฒนาการให้ครบทั้ง ด้าน คือ ด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญา

 การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์ต้องคำนึงถึง 3 สิ่ง

     1. เรื่องที่เด็กสนใจ
     2. สิ่งที่ใกล้ตัวเด็ก
     3. เหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อตัวเด็ก

หลักสูตรวิทยาศาสตร์
    1. ตัวฉัน
    2. บุคคล เเละ สถานที่
    3. คนรอบตัว
    4. ธรรมชาติ สิ่งเเวดล้อมรอบตัว

ความหมายของพัฒนาการ 
     คือ ความสามารถที่เเสดงออกมาเเต่ละช่วงอายุ

ลักษณะของพัฒนาการ
     คือ การเปลี่ยยนเเปลงเป็นขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง เปรียบเสมือน ขั้นบันได
พัฒนาการเเต่ละขั้น จะต้องมั่นคง เพราะ จะมีผลต่อขั้นต่อๆไป

การเล่น 
     คือ การใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ลงมือกระทำกับวัสดุ เพื่อเลือกเเละตัดสินใจ  อย่างมีความสุข


ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพียเจต์ (Piaget)

4-7 ปี เริ่มเรียนรู้คำพูด ภาษา มีเหตุเเละผลมากขึ้นกลายเป็นขั้นอนุรักษ์ เราจะรู้ได้ต่อเมื่อ เด็กใช้เหตุผลในการตอบ

       ขั้น 1 ขั้นประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหว (Sensori-Motor Stage) อายุ 2 ปีหลังเเรกเกิด

        ขั้น 2 ขั้นก่อนปฏิบัติการคิด (Preoperational Stage)   ขั้นนี้จะอยู่ในช่วง 2-7 ปี ในระยะ 2-4 ปี เด็กยังยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง มีขีดจำกัดในการรับรู้ สามารถเข้าใจได้เพียงมิติเดียว ในระยะ 5-6 ปี เด็กจะย่างเข้าสู่ขั้น Intuitive Thought ระยะนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการคิด ที่ขึ้นอยู่กับการรับรู้กับการคิดอย่างมีเหตุผลตามความจริง

     ขั้น 3 ปฏิบัติการคิดด้วยรูปธรรม (Concrete Operational Stage) ขั้นนี้ เริ่มจากอายุ 7-11 ปี เด็กจะมีความสามารถคิดเหตุผลและผลที่เกี่ยวข้องกับปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่ยึดอยู่เฉพาะการรับรู้เหมือนขั้นก่อน ๆ ในขั้นนี้เด็กจะสามารถคิดย้อนกลับ (Reversibility) สามารถเข้าใจเรื่องการอนุรักษ์ (Conservation) สามารถจัดกลุ่มหรือประเภทของสิ่งของ (Classification) และสามารถจัดเรียงลำดับของสิ่งต่าง ๆ (Seriation) ได้ 

    ขั้น 4 ปฏิบัติการคิดด้วยนามธรรม (Formal Operational Stage) ตั้งแต่อายุ 11 ปี จนถึงวัยผู้ใหญ่เป็นช่วงที่เด็กจะสามารถคิดไม่เพียงแต่ในสิ่งที่เห็นหรือได้ยินโดยตรงเหมือนระยะก่อน ๆ อีกต่อไป แต่จะสามารถจินตนาการเงื่อนไขของปัญหาในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต โดยพัฒนาสมมติฐานอย่างสมเหตุสมผลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งก็หมายถึงว่า ในระยะนี้เด็กจะมีความสามารถคิดหาเหตุผลเหมือนผู้ใหญ่นั่นเอง 
    

คำศัพย์ภาษาอังกฤษ

1. thinking skill ทักษะการคิด
2. age  อายุ
3. step ขั้นตอน
4. order ลำดับ
5. concrete รูปธรรม

ประเมิน
ประเมินอาจารย์  อาจารย์อธิบายเข้าใจง่าย อย่างละเอียดเปิดโอกาสให้ซักถาม
ประเมินเพื่อน    เพื่อนๆตั้งใจฟังร่วมสนทนาถามตอบ
ประเมินตนเอง  ตั้งใจเรียน  ตอบคำถาม มีส่วนร่วม



 สรุปบทความ บทความเรื่อง : ทักษะทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย ทักษะการสังเกต การสังเกต (Observation) หมายถึง การใช้ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่าง...